in

ข้อคิดดีดีสู่เส้นทางนักธุรกิจ

ทุกคนทุกคนอยากได้ชื่อว่าเป็นคนที่ประสบความสำเร็จ ด้วยเหตุนี้เราจึงพยายามศึกษาแนวทาง เรียนรู้ทฤษฏีต่างๆ เพื่อเอามาใช้เป็นแนวทางในการทำงานหรือการลงทุน

แต่หลายคนก็กลายเป็นหมูสนามจริง สิงห์สนามซ้อม เพราะเมื่อกระโดดลงเวทีธุรกิจจริงๆ แล้วทฤษฏีอาจใช้ได้แค่ 40% ส่วนอีก 60% คือไหวพริบและความสามารถที่ไม่มีตำราไหนจะสอนกันได้

ด้วยเหตุและผลนี้ อยากรวยต้องรู้ มีข้อคิดดีดีสู่เส้นทางนักธุรกิจ มาให้เพื่อนได้อ่านกัน  #ลองมาอ่านเลย

 

#เส้นทางนักธุรกิจ  #อยากรวยต้องรู้  #ข้อคิดดีดี  #แชร์เลย

 

1.การเรียนไม่จบไม่ใช่หลักสูตรสำเร็จของนักธุรกิจ

เราจะเห็นว่าในประวัติของนักธุรกิจมากมายที่ช่วงหนึ่งของชีวิตประสบกับปัญหาถึงขนาดที่บางคนเรียนหนังสือไม่จบ บางคนไม่ได้เรียน บางคนลาออกจากโรงเรียน เช่น สตีฟจ๊อบ , ริชาร์ด แบรนสัน , ไมเคิล เดลล์ เป็นต้น

แต่ทั้งนี้ตรรกะของความมุ่งมั่นที่จะมีธุรกิจของตัวเองก็ไม่จำเป็นต้องหยุดเรียน เลิกเรียนแล้วหันมาทำธุรกิจอย่างเดียวเสมอไป ตรงกันข้ามหากมีโอกาสได้เรียนควรขวนขวายศึกษาความรู้ให้มากที่สุดเพื่อมาเป็นประโยชน์ในการทำธุรกิจ

 

2.อยู่ให้เป็น ใจเย็นให้พอ

สิ่งที่ชัดเจนแน่นอนในการทำธุรกิจคือเราไม่มีทางรวยเปรี้ยงปร้างขึ้นในทันที ระยะเวลาเป็นสิ่งที่สัมพันธ์กับการทำธุรกิจต่อให้เรามีความชำนาญ มีสายป่าน มีการบริหารที่สุดยอดแค่ไหนก็ตาม

ธุรกิจที่จะประสบความสำเร็จก็ต้องมีระยะเวลาในการรอคอยทั้งนั้น คำคมที่พูดว่า อยู่ให้เป็น ใจเย็นให้พอ จึงควรนำมาใช้ท่องให้ขึ้นใจและปฏิบัติตามให้ได้ การทำธุรกิจห้ามใจร้อนและหุนหันพลันแล่นเด็ดขาด

 

3.กำไรอยู่บนพื้นฐานของความเหนื่อยยาก

คนไม่ทำงานก็ไม่มีทางได้เงิน การทำธุรกิจก็เช่นกัน ต่อให้เรามีระบบมารองรับเช่นการซื้อแฟรนไชส์จากแบรนด์ต่างๆ แต่ก็ไม่ได้การันตีว่าซื้อมาแล้วจะทำให้เรามีกำไร กำไรจะเกิดขึ้นได้ก็หลังจากที่เราได้ลงมือขาย ลงมือทำธุรกิจนั้น อย่างจริงจัง

ซึ่งแน่นอนว่าในด้านการค้าย่อมมีทั้งปัญหา และอุปสรรคนานัปการที่จะต้องเข้ามาให้เราแก้ไข ให้เราปวดหัว กลุ้มใจ ให้เราท้อแท้ ไม่มีกำไรจากธุรกิจไหนที่ได้มาแบบง่ายๆ  การทำธุรกิจที่ดีที่มีกำไรเราต้องพิสูจน์ตัวเองให้คนอื่นเห็นคุณค่าเพื่อให้เชื่อมั่นและรายได้ก็จะตามมาหลังจากนั้น

 

4.ไม่มีคำว่าสูงสุดทางธุรกิจ

การลงทุนที่ประสบความสำเร็จคืออะไร บางคนบอกว่าคือการได้กำไรมากๆ การอยู่เหนือคู่แข่งทุกคน การเป็นบริษัทระดับโลกที่มีสาขามากมาย สิ่งเหล่านี้ที่พูดมาคือความสำเร็จแต่ก็ไม่ใช่สิ่งสูงสุด เพราะคำว่าสูงสุดในทางธุรกิจไม่มี

การเป็นเบอร์หนึ่งในวันนี้อาจถูกทดแทนด้วยคลื่นลูกใหม่ที่แรงกว่า ดังนั้นการรักษาสถานะตัวเองให้คงอยู่ตลอดไป เป็นเรื่องที่ควรใส่ใจ มีหลายธุรกิจที่ก่อตั้งมานานกว่า 50-60 ปีโดยที่ยังอยู่รอดได้ถือเป็นต้นแบบที่เราควรศึกษาว่าเขาทำอย่างไรให้อยู่รอดปลอดภัยได้อย่างนั้น

 

5.ฝึกทำในสิ่งที่ตัวเองไม่ถนัดดูบ้าง

หลายทฤษฏีเน้นให้เราเลือกทำในสิ่งที่ใจเรารัก อันเป็นกฎพื้นฐานของการทำธุรกิจ แต่อย่างไรก็ตาม ปัจจัยแวดล้อมในการทำธุรกิจไม่ใช่จะมีแค่สิ่งที่เรารักอย่างเดียวเท่านั้น องค์ประกอบอื่นก็เป็นส่วนสำคัญ

ไม่ว่าจะเป็นบัญชี  การตลาด  การบริหาร ภาษา ฯลฯ หลายอย่างเป็นสิ่งที่เราไม่ถนัดแต่หากคิดจะเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จสิ่งเหล่านี้เราควรฝึกฝนให้ตัวเองมีความชำนาญมากขึ้น ซึ่งจะเป็นผลดีกับการทำธุรกิจของตัวเองทั้งหมด

 

6.อะไรที่ทำได้ต้องรีบลงมือทันที

ทุกนาทีมีค่าในการทำธุรกิจบางครั้งการผัดวันประกันพรุ่งอาจทำให้เราเสียโอกาสทางการค้าได้มากกว่าที่คิด ไม่ว่าจะเป็นนัดพูดคุยกับลูกค้า นัดเซ็นสัญญาทางธุรกิจ นัดพบปะเพื่อนนักธุรกิจทั้งหลาย

ไม่ว่าโอกาสใดที่เข้ามาหากเป็นไปได้ให้รับไขว่คว้าและทำสิ่งเหล่านั้นในทันที เพื่อเป็นหลักประกันว่าเราจะไม่ก้าวตามหลังคนอื่นที่อาจจะจ้องและรอคอยโอกาสนี้อยู่เช่นกัน

 

7.อย่าคิดว่าตัวเองเก่งกว่าคนอื่น

จงทำตัวให้เป็นน้ำครึ่งแก้วตลอดเวลา อย่าลำพอง อย่าอวดดีคิดว่าตัวเองจบสูง มีการศึกษาดี มีเงินทุนมาก เคยมีประสบการณ์ทางธุรกิจมาก่อน นักธุรกิจรายใดก็ตามที่ทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้วไม่ยอมรับคำแนะนำ ไม่ยอมรับการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ  ย่อมเป็นช่องทางให้เกิดการผิดพลาดได้ง่าย

ในทางกลับกันการเปิดกว้างรับฟังความเห็นคนอื่นแม้แต่ลูกน้องของตัวเองเป็นเรื่องดีที่แม้ไม่อาจนำมาใช้ในทางธุรกิจได้จริงแต่ก็เป็นการทำให้ทุกคนรู้ว่าผู้ลงทุนอย่างเราสามารถพูดคุยได้ รับฟังความคิดเห็นคนอื่นได้ เมื่อมีอะไรใหม่ๆ เขาก็พร้อมจะบอกต่อกับเราเสมอ

แฟรนไชส์จินตคณิตอันซัน

แฟรนไชส์โคเคท บิวตี้เนลซาลอนด์แอนด์สปา