in

บูชาชาบู สู่ธุรกิจร้อยล้าน

บูชาชาบู สู่ธุรกิจร้อยล้าน

สำหรับคนสมัยใหม่ในปัจจุบันนี้ เวลาจะหาร้านอร่อยๆ ทานร่วมกับเพื่อน หรือครอบครัว มักมุ่งเป้าไปที่ร้านชาบู เพราะทานได้ไม่อั้น ทานได้นาน จนนำมาสู่เทรนด์สร้างอาชีพยุคใหม่ โดยความน่าสนใจของร้านชาบู คือ เน้นวัตถุดิบที่คัดสรรมาเป็นพิเศษไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์ หมู วัว ไก่ กุ้ง ปลาหมึก ผักสด เป็นต้น

ตลอดจนบรรยากาศร้านต้องชิว สบายตา ทำให้เกิดทิศทางการเติบโตของร้านชาบูเพิ่มหลายเท่าตัว ทั้งแบรนด์ขนาดเล็ก และขนาดใหญ่ ต่างลงทุนร้านชาบูกันมากขึ้น

สำหรับคนที่ต้องการทำธุรกิจ ไม่ว่าจะทำเป็นอาชีพหลัก หรือทำเป็นอาชีพเสริมสำหรับมนุษย์เงินเดือนก็ได้ ให้เปิดในช่วงวันหยุด เสาร์-อาทิตย์ หรือเปิดทุกวันตั้งแต่ช่วงเลิกงานเวลา 18.00-24.00 น. แต่มนุษย์เงินเดือนที่อยากมีรายได้เสริมด้วยการเปิดร้านชาบู ต้องหาพนักงานเข้ามาช่วยซัพพอร์ตเปิด-ปิดร้าน เพื่อไม่ให้สะดุดด้วยนะ

วันนี้มีขั้นตอนเบื้องต้นของการเปิดร้านชาบูมาฝาก เพื่อเป็นแนวทางก่อนเริ่มต้นอาชีพอิสระที่เรารัก

01

1.มีเงินทุนมากพอหรือยัง!?

การเปิดร้านชาบู มีต้นทุนหลายอย่างมาก หากไม่รวมค่าเช่าสถานที่และค่าก่อสร้าง เฉพาะอุปกรณ์ต่างๆ สำหรับการเปิดร้านเบื้องต้นประมาณ 100,000 บาท (สำหรับร้านเล็กมีที่นั่งประมาณ 10 โต๊ะ)

หากรวมเบ็ดเสร็จทุกอย่างเข้าด้วยกัน การเปิดร้านชาบูใช้ต้นทุนที่เยอะมาก ส่วนหนึ่งคือวัตถุดิบที่ต้องมีการคัดสรรอย่างดีไม่ว่าจะเป็นเนื้อวัว เนื้อหมู ซีฟู้ด ผักสด ถึงแม้ร้านชาบูจะเป็นธุรกิจที่ดี คนให้ความนิยมมากแค่ไหน ก็ควรถามตัวเองก่อนว่า พร้อมลงทุนในธุรกิจนี้มากน้อยแค่ไหน หรือถ้าทุนมีไม่มากพอควรหาหุ้นส่วนดีกว่า

02

2.ควรมองหาทำเลที่ทำกำไรได้ดี

การเลือก “ทำเล” ร้านชาบูจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเปิดในแหล่งชุมชนยิ่งใกล้ที่พัก ใกล้สถานศึกษา สถานที่ราชการ ย่านโรงงาน แหล่งที่มีคนพลุพล่าน  บางครั้งคุณต้องยอมเสี่ยงค่าเช่าที่แพงเพื่อแลกกับปริมาณลูกค้าที่มากขึ้น และต้นทุนค่าเช่าที่ก็เป็นตัวแปรสำคัญที่บอกได้ว่าร้านเราจะมีกำไรได้มากน้อยแค่ไหน

03

3.กำหนดรูปแบบร้าน พร้อมจดทะเบียนให้ถูกต้อง

เริ่มต้นเปิดร้านชาบูครั้งแรก ไม่ควรเปิดร้านที่ใหญ่เกินไป ก่อนเปิดร้านชาบูควรกำหนดรูปแบบร้านที่เหมาะสมกับเงินทุนที่ตัวเองมี เพื่อให้สอดคล้องกับการจดทะเบียนได้อย่างถูกต้อง ซึ่งระเบียบของการเปิดร้านอาหารนั้น ซึ่งการจดทะเบียน 2 ประเภทคือ นิติบุคคล และบุคคลธรรมดา โดยสามารถยื่นจดทะเบียนพาณิชย์ได้ที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง สำนักการคลัง กรุงเทพมหานคร หรือสำนักงานเขตทุกแห่ง

04

4.ใช้จ่ายอย่างจำเป็น

ก่อนลงทุนซื้ออุปกรณ์ต่างๆ ภายในร้านชาบู ต้องโน๊ตไว้เลยว่า อุปกรณ์สำคัญสำหรับการเปิดร้านชาบูมีอะไรบ้าง เช่น เตาแม่เหล็กไฟฟ้าแบบปรับอุณหภูมิได้ , หม้อน้ำซุปแบบ 2 ช่อง , เครื่องสไลด์เนื้อ , ตู้แช่สำหรับเก็บเนื้อและวัตถุดิบต่างๆ , ชุดโต๊ะ เก้าอี้ , จาน-ชามภาชนะต่างๆ และควรเลือกแหล่งซื้อสินค้าราคาย่อมเยา แต่คุณภาพต้องดีด้วย

05

5.สร้างความโดดเด่น ให้ต่างจากร้านอื่น

เมื่อมีร้านชาบูเกิดขึ้นจำนวนมาก วิธีเอาชนะทางอ้อมก็คือ สร้างจุดเด่นของร้านให้มีความให้เด่นมากขึ้น และต้องแตกต่างจากคู่แข่งทั้งหมด ตลอดจนคุณภาพของวัตถุดิบ การบริการ ราคา ต้องมีความน่าสนใจ สามารถดึงดูดใจลูกค้าได้ด้วย

และสิ่งที่ขาดไม่ได้คือ “น้ำจิ้ม” ที่ควรเป็นเอกลักษณ์ของร้าน แม้ว่าน้ำจิ้มส่วนใหญ่หาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าแต่หากต้องการให้ร้านชาบูน่าสนใจควรมีสูตรน้ำจิ้มเฉพาะของตัวเองให้ลูกค้าได้กินแล้วติดใจ เพื่อความประทับใจ และกลับมาใช้บริการซ้ำ

06

6.รู้จักการควบคุมต้นทุนให้มีกำไร

การบริหารต้นทุนมักเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการใหม่ๆ คิดไม่ถึง หลายคนมีเงินลงทุนเท่าไหร่ก็นำมาซื้อวัตถุดิบและอุปกรณ์ทั้งที่จำเป็นและไม่จำเป็น โดยไม่คำนึงถึงเงินหมุนเวียนจนทำให้กิจการสะดุด ฉะนั้นการบริหารเงินจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้กิจการรุ่งดำเนินต่อไปได้

07

8.วางแผนความเติบโตของร้านชาบู

ถึงแม้ร้านชาบูจะเริ่มจากร้านขนาดเล็กต้นทุนอาจไม่สูงมาก แต่เราควรรู้จักใช้กำไรมาต่อยอดธุรกิจให้โตขึ้น ขยายขนาดร้านให้ใหญ่ขึ้น และควรดูแนวโน้มของลูกค้าที่มีเพื่อป้องกันความเสี่ยงเบื้องต้น หรือในกรณีที่มีการขยายสาขาสิ่งสำคัญคือต้องสามารถควบคุมคุณภาพของอาหารให้เหมือนกันได้ทุกสาขา จัดการระบบการจัดส่งวัตถุดิบที่มีคุณภาพด้วย

เริ่มต้นอาชีพอิสระให้ปัง พังรายได้หลักแสน

คำคมการทำธุรกิจ