in

ฟรุตเทอร์เดย์

อาหาร และเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน ผู้บริโภคใส่ใจกับสิ่งที่ร่างกายได้รับเข้าไป และคำนึงถึงคุณประโยชน์มากขึ้น

สังเกตุได้จากตลาดอาหาร และเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพในบ้านเราเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี อัตราการเติบโตโดยประมาณอยู่ที่ 15-20% ในปี 2557 มูลค่าตลาดโดยเฉพาะประเภทเครื่องดื่ม สูงถึง  700 ล้านบาท และยังมีแนวโน้มการเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โอกาสกำลังมาถึง ด้วยจุดนี้เอง “ฟรุตเทอร์เดย์” ริเริ่มมาจากพื้นฐานความชื่นชอบในผลไม้ของตัวเจ้าของเอง ที่มองหาความสด สะอาด หลายหลาย และสะดวก ในการรับประทาน จึงได้คิด และเกิดไอเดียต้องการยกสวนผลไม้ นานาชนิด

มาให้ลูกค้าได้เลือกทานตามที่ตัวเองชอบ จึงได้นำเอาผลไม้ต่างๆมาสร้างมุมมองใหม่ ให้กลายเป็นร้านเครื่องดื่ม ไอศกรีม และของหวานที่ทำจากผลไม้สด พร้อมทั้งตกแต่งบรรยากาศร้านด้วยคอนเซ็ปการนำสต็อกผลไม้ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่ใช้จริงในร้านมาจัดตกแต่งโชว์ไว้ในร้าน

ลูกค้าสามารถมองเห็น ได้กลิ่น และสัมผัสได้ถึงคุณภาพของวัตถุดิบ ภายใต้คอนเซ็ป ” ไม่สด ไม่ฉ่ำ เราไม่เสริฟ” ไปในตัว

“ฟรุตเทอร์เดย์” สาขาแรกก่อตั้งขึ้นบนถนนนิมมานเหมินท์ จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2557

ปัจจุบันขยายสาขาทั้งหมด 5 สาขาในหลายภูมิภาค และ 1 สำนักงานใหญ่ ซึ่งแยกออกมาสำหรับเป็นแหล่งรวบรวม และควบคุณภาพ ตลอดจนผลิต และกระจายวัตถุดิบไปสู่สาขา เนื่องจากเราให้ความสำคัญกับคุณภาพของวัตถุดิบเป็นอย่างมาก

จึงได้ศึกษาและเรียนรู้ถึงกรรมวิธีในการปลูก จนถึงการเก็บเกี่ยวผลไม้หลักที่เป็นวัตถุดิบหัวใจสำคัญของร้าน

ไม่ว่าจะเป็นมะม่วงน้ำดอกไม้ หรือเมล่อนญี่ปุ่น เป็นต้น และทำสัญญาประกันราคาซื้อตรงเหมาสวนตลอดปี ทำให้สามารถกำหนดกรรมวิธี และการลดใช้สารเคมีที่มีโอกาสจะตกค้างไปยังผู้บริโภคได้

โดยจะเป็นผลดีต่อผู้บริโภคที่คำนึงถึงคุณภาพของวัตถุดิบอย่างจริงจัง และเป็นจุดแข็งสำหรับแฟรนไชน์ “ฟรุตเทอร์เดย์” ต่อไป

#ฟรุตเทอร์เดย์ #ร้านขายน้ำปั่น #ร้านขายน้ำผลไม้ปั่น #แฟรนไชน์ฟรุตเทอร์เดย์ #น้ำผลไม้ปั่น #สมูทตี้ 

 

การลงทุน
1.ทำเล: อยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยว (Tourist Attraction),มหาวิทยาลัย หรือศูนย์การค้า (Traffic บริเวณหน้าร้านมากกว่า 1,500 คน/วัน)และควรมีพื้นที่สต็อกสินค้า ประมาณ 8-12 ตร.ม. สำรองและใช้บ่มผลไม้เอาไว้ที่ร้าน ถ้าปริมาณการขายมีมาก

2.ความพึงพอใจ และความประทับใจให้กับลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ทุกร้านค้า ทุกธุรกิจอยู่ได้แบบยั่งยืน เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นผู้สนใจลงทุน ควรมีความพร้อมในการบริหารจัดการร้าน และพนักงานของตนเองอย่างเต็มที่

3.หากมีความรู้ในการเลือกซื้อ หรือความนิยมทานผลไม้เป็นทุนเดิม จะมีความได้เปรียบในการประกอบธุรกิจแฟรนไชน์ “ฟรุตเทอร์เดย์” เป็นอย่างมาก

4.เงินหมุนเวียนประมาณ 50,000 – 200,000 บาท/เดือน รายละเอียดการลงทุนแบ่งตามขนาด (ตามตารางด้านล่าง)

ค่าแฟรนไชส์ 200,000 – 500,000 บาท

-ระยะเวลาสัญญา 2-5 ปี
-งบการลงทุน 750,000 – 1,850,000 บาท
-เงินทุนหมุนเวียน 80,000 – 2,500,000 บาท ต่อเดือน
-ค่ารอยัลตี้ฟีส์ 1-5% จากยอดขาย ต่อเดือน (คำนวณแบบขั้นบันได)
-ค่ามาร์เก็ตติ้งฟีส์ 0.5-2% จากยอดขาย ต่อเดือน (คำนวณแบบขั้นบันได)

 

สิ่งที่ได้รับ
1.สิทธิ์ในการใช้เครื่องหมายการค้า
2.หลักสูตรการฝึกอบรม การบริหารจัดการร้าน การคัดเลือกวัตถุดิบ การทำเมนูต่างที่สาขาหลักสาขา
3.ทีมงานช่วยเปิดร้านและบริหารจัดการหน้าร้าน 3-7 วันแรกของการเปิดร้าน (ขึ้นอยู้กับขนาดพื้นที่และประเภทร้าน)
4.ระบบซอฟแวร์แคชเชียร์เต็มรูปแบบ
5.รายละเอียดเอกสารภายในเพื่อช่วยในการบริหารจัดการ
6.Functional Shop drawing (AutoCAD Files), C.I. (การออกแบบแปลนร้าน)

 

สนใจติดต่อ

คุณวรัตม์ ชุนรักษา
100 หมู่ 5 ต.สันนาเม็ง อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ 50210

โทร : 082-9811999

อีเมล์ : waratchunruksa@gmail.com

Facebook :  www.facebook.com/FruiturdayThailand

 

คอฟฟี่ เวิลด์

เปา เหล่า กง